วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551

นิเทศฯลดโลกร้อน-ปลูกป่าชายเลน

นิเทศฯลดโลกร้อน-ปลูกป่าชายเลน

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย "โครงการปลูกป่าชายเลยเฉลิมพระเกียรติ (ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม:วันที่ 6-7 กันยายน 2551 ณ สถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแลดล้อม จังหวัดชลบุรี และ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพานำโดยอาจารย์โศภณ กัณหะเสนและนักศึกษา เป็นกิจกรรมดีๆที่จะมาร่วมมือกันปลูกป่าและเข้าถึงธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อถึงที่หมายสิ่งที่ต้องทำคือการนั่งฟังวิทยากรอบรมถึงวิธีการปลูกป่าชายเลนอย่างมืออาชีพ เพราะวิทยากรท่านนีเป็นถึงผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยความที่ท่านนี้เป็นถึง ผอ।จึงเข้าใจลึกซึ้งถึงธรรมชาติที่ทุกวันนี้สภาพแวดล้อมของโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางโหดร้ายต่อมนุษย์อย่างเรา เพียงแต่จะมีสักกี่คนที่จะมีโอกาสทำอะไรดีๆเพื่อตอบแทนโลกคงมีไม่มาก การปลูกป่าชายเลนไม่มีขั้นตอนอะไรมากมาย แต่ความสามัคคีจะเป็นคำตอบ ที่ป่าชายเลนแห่งนี้มีเนื้อที่มากพอสมควรที่รอการฟื้นฟูไม่ใช่ใครทีไหนหากแต่จะเป็นพลังน้อยๆอย่างเรา

ต้นไม้ที่ใช้ในการปลูก คือ ต้นโกงกางมันเติบโตได้ดีที่พื้นที่แบบอดมสมบูรณือย่างป่าชายเลน ด้วยความอดุมสมบูรณ์เราจึงของเรียกที่นี้อีกชื่อว่าเป็น "จมูกของโลก" เราได้มีการวางแผนในการปลูก โดยเราจะปลูกกัย २०० ต้น แผนที่เราวางไว้คือ แบ่งคนเป็น สามส่วน ส่วนแรกคือหน่วยขึงเชือก ส่วนที่สองคือหน่วยปักหลัก หน่วยที่สามคือหน่วยเสริม
นับว่าเป็นความโชดีอีกอย่างที่เราได้แขกรับเชิญพิเศษของเรา คุณลุงใจดี ที่จะมาช่วยปรับทิศทางของต้นโกงกางให้ดูดีสวยงามและถูกต้องอีกด้วย "ลุงโตมากับทะลทั้งชีวิตลุงอยู่แต่กับธรรมชาติ แล้วถ้าลุงไม่รักธรรมชาติ ใครกันเล่าจะมาทำอย่างนี้" ทั้งยังพาเราเดินชมธรรมชาติที่สวยงามของป่าชายเลน ลุงได้บรรยาถึงต้นไม้ และ สัตว์ มากมายที่อาศัยอยู่ ความร่มรื่นทำให้เราหายเหนื่อยจากการเดินบนสะพานไม้ยาวเหยียดกว่า 2 กิโลเมตร เป็นความตื่นตาตื่นใจของเราอย่างมากที่ได้มาเดินร่วมฟังบรรยายจากคนที่ใช่จริงๆ



หลังจากการเดินชมสักพักแล้วเราก็ถึงเวลาลดโลกร้อน เรารอเวลานี้มานาน ดินเลนสีดำแหยะๆ ลึกครึ่งตัวรอเราอยู่ เรามีความพร้อมมาก แผนที่เราตระเตรียมกันกำลังเคลื่อนที่ไปตั้งแต่ขั้นตอนแรก และเราหวังว่า มันน่าจะดูดี เริ่มจากหน่วยเชือกที่จะต้องนำเชือกไปขึงเป็นทางตรงเพื่อเป็นหลัก ต่อไปก็แยกทางกันไป ซ้ายทาง ขวาทาง จากนั้นก็ถึงคราวของหน่วยปักหลักเป็นทางห่างกัน 1 เมตร แล้วสุดท้ายก็คงเป็นหน่วยเสริมที่ต้องนั่งมัดเชือกฟางเข้ากับต้นโกงกางแล้วจึงจำหน่ายลงไปให้หน่วยปักหลักแล้วหน่วยขึงเชือก ได้ทำการปลูกต้นโกงกาง ถึงแม้ว่าจำนวนคนของเรามีไม่มากแต่ทุกคนเต็มที่กับการปลูกป่าเกิน १०० เปอร์เซ็นต์แน่นอน



ทั้งๆที่เป็นงานค่อนข้างหนักสำหรับคนชาวกรุงอย่างเรา เราทุกคนไม่เคยได้สัมผัสกับธรรมอย่างชิดใกล้เท่าครั้งนี้ เราปลูกป่ากันด้วยรอยยิ้มและความสามัคคีของพวกเรา แผนของเราที่ได้วางไว้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างราบรื่น ทำให้เราลืมความสะอาด เนื้อตัวมอมแมมเปอะเปื้อนไปด้วยดินเลน ลามไปยังใบหน้าของแต่ละคน คงไม่มีใครห่วงสวยห่วงหล่อ ใบหน้าที่เลอะเทอะไปด้วยดินแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของพวกเรา ความร่วมมือจะทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยดี



เมื่อเสร็จภาระกิจเราก็ขึ้นมาชำระร่างกายพอให้สะอาด(ไม่มาก) เพื่อที่เราจะได้เดินอย่างไม่เลอะเทอะ แล้วเราก็จะไปล้างเนื้อล้างตัวกันที่ด้านหน้า เพราะว่าทางสถาบันนี้ได้มีการจัดรถน้ำจีดมาบริการให้ พวกเราจะกลับมาสะอาดและดูดีเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิม แล้วเราก็ได้มอบของที่ระลึกโดย ผอ।เป็นตัวแทนในการรับ แล้วเราก็จะกลับที่พักกันเพื่อพักผ่อน รุ่งขึ้นจึงจะเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ แต่ถึงจะล้างอย่างไรก็คงไม่สะอาดเอี่ยมอ่องได้นอกจากจะนำผ้าไปซัก หรือ ไม่ก็ทิ้ง



พวกเราชาวนิเทศฯ ม।หอการค้าไทย ได้อะไรมากมายในการปลูกป่าชายเลนครั้งนี้ ด้วยจิตใต้สำนักของพวกเราทำให้การปลูกป่าเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ และจะขอเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆในการลดโลกร้อน การปลูกป่านั้นทำให้เราตระหนักถึงทรัพยากรที่สูญเสียไปด้วยเนื้อมือมนุษย์ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะมีโอกาสมาทำความดีอย่างนี้ได้บ่อยๆ ถ้ามีโอกาสเรายินดี ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ พิทักษ์โลกของเราให้อยู่ต่อไป และสุดท้ายเราจะเฝ้ามองต้นโกงกางที่เราได้ร่วมกันปลูก เมื่อมันโตเราจะกลับมาดู...ขอบคุณครับ

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

โลกมันร้อนไม่พอ(เบื่อม็อบพันธมิตร)


ร่วมด้วย...ช่วยกัน ทุกวันนี้โลกของเรายังร้อนไม่พอ ประชาชนชาวไทยนั้นต่างเพิ่มอุณหภูมิให้แก่กัน เหมือนกับการที่เราต่างโยนไฟใส่กัน คงไม่ใช่ใครที่จะเดือดร้อนหากแต่เป็นพวกเราเอง
เราคงไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใตทุกคนคงมีเหตุและผลในการกระทำนั้น(แต่จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อน)
การชุมนุมกันเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่การชุมนุมอย่างสันติ..จำเป็นหรือไม่?...ที่มีอาวุธ ระเบิด และยาเสพติด
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้..พันธมิตร=กบฏ ต้องยอมรับกับเหตูการณ์ที่กระทำ
สถานการณ์ไปกันใหญ่ การชุมนุมอย่างสันติที่ถูกต้องจะไม่สร้างความเดือด ชาวกรุงเดือดร้อนปิดถนนหลวงสร้างความเดือดร้อนต่างๆนาๆ
แล้วเด็กนักเรียนที่ต้องหยุดเรียนเหตุเพราะพันธมิตรมาชุมนุม กับอนาคต..ใครจะรับผิดชอบ
รัฐบาลถูกเลือกมาแบบประชาธิปไตย..กับการกระทำที่เป็นอยู่นั้น..ถูกแล้วหรือ?


ภายใต้ความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ ที่นำโดยกลุ่มพันธมิตรเพื่อ........? ได้จุดกระแสติดที่ ถ.ราชดำเนิน
แม้จะสามารถรักษาเชื้อพันธมิตรฯ ได้ยาวนานเกินกว่า 60 วันแล้วก็ตาม แต่การจุดกระแสใน ตจว.ยังจุดไม่ติด ต้องพึ่งพาเชื้อไฟจากส่วนกลางไปสมทบตลอด ในขณะที่ความพยายามของพันธมิตรฯ ใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ก็ต้องเจอกับแรงต่อต้าน จนกลายเป็นดาวกระจุยในหลายพื้นที่ การยกระดับจากการชุมนุมคัดค้านการแก้ไข รธน. ได้ยกระดับไปเป็นการขับไล่ รบ.สมัคร แม้ได้ประกาศไปเป็นเวลานานแล้ว แต่การยกระดับดังกล่าว ไม่สามารถกลายเป็นกระแสหลักในสังคมไทย

แน่นอนว่า พันธมิตรสามารถรวบรวมกลุ่มก้อน ที่สนธิลิ้มเรียกว่าเป็น ฮาร์ดคอร์ ได้จำนวนหนึ่ง ที่หมุนเวียนสลับกันมาในหลัก 2-3 หมื่นคน ที ถ.ราชดำเนิน แต่หากสังเกตให้ดี แนวร่วมของพันธมิตรในรอบที่สองนี้ กลับไม่มีนักวิชาการขาประจำ NGOs และ เครือข่ายชาวบ้าน เหมือนดั่งการเคลื่อนไหวรอบแรก

เหตุผลเพราะ ความชอบธรรมของพันธมิตรในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีเพียงความเกลียดชังต่อระบอบทักษิณ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเข้าร่วมของแนวร่วมเหล่านี้ อีกทั้งประสบการณ์ 19 กย. ทำให้เกิดบทเรียนชุดใหญ่ กับแนวร่วมพันธมิตรในรอบแรก จนหลายคนเอ่ยปากว่า การร่วมเวทีพันธมิตรในภาคแรกนั้น พวกตนได้ตกเป็นเครื่องมือของแกนนำพันธมิตรบางคน เพื่อปูทางให้กับการรัฐประหาร

แม้จะไม่นิยมชมชอบรัฐบาลสมัคร แต่ครั้งนี้ พวกเขาสร้างระยะห่างจากพันธมิตรไว้ไกลโขทีเดียว แต่ก็ติดตามว่าพันธมิตรกำลังเสนออะไรที่พวกเขายากที่จะเข้าใจ หรือ ยากที่จะเห็นด้วยอีกต่อไป

ในขณะที่การต่อสู้ในสงครามแย่งชิงมวลชน ที่ต่อเนื่องยืดเยื้อ นับวัน พันธมิตรตกเป็นเป้าของคำถาม และ ความเบื่อหน่ายของผู้คน แม้แต่ในเวทีพันธมิตรด้วยกันเอง ก็ยังมีคำถามว่า "เรื่องนี้จะจบลงเมื่อไหร่ อย่างไร" ซึ่งเป็นเหตุผลว่า เหตุใด แกนนำจึงต้องประกาศ การทำสงครามครั้งสุดท้าย นับครั้งไม่ถ้วน เพื่อเรียกขวัญกำลังใจของมวลชนที่อ่อนล้าลงทุกวัน

ตัวชี้วัดว่า พันธมิตร กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากคือ ขนาดของมวลชน ที่ไม่สามารถยกระดับในเชิงปริมาณได้ จนต้องมีคำสั่งลงไปยังพื้นที่ภาคใต้ ให้นำพามวลชนหลายสิบคันรถ เพื่อมาเติมเข้าไปในม๊อบ เพื่อมิให้ดูไร้ปริมาณ และเมื่อรู้ตัวว่า ปริมาณไม่สามารถขยายตัว แต่นับวันมีแต่ทรงกับหดตัว พวกเขาจึงต้องเดินเกม บีบให้ทหารออกมาเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด การตะโกนเรียกร้องบทบาททหารครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยหยุดเงียบไปจากเวทีของการชุมนุม

นอกจากนั้น ชัยชนะของนักเรียนและครู รร.ราชวินิต ได้กลายเป็นรูปธรรมแรก ที่สามัญชนมีปฏิกริยาต่อขบวนการพันธมิตร จนพันธมิตรต้องพ่ายแพ้กลับไปอย่างไม่เป็นท่า และ ยังเป็นแนวทางให้กับกลุ่มข้าราชการกระทรวงศึกษาที่ยื่นคำร้องเช่นเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินของศาลแพ่ง

เหตุการณ์สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เมาสุรา แล้วขับรถไปชนแนวเขตของพันธมิตร ก็อาจนับเป็นอีกรูปธรรมหนึ่ง ที่แม้แต่ปัจเจกบุคคล ก็อดกลั้นต่อกลุ่มพันธมิตร ซึ่งสอดคล้องกับการรับรู้สถานการณ์ของแกนนำ จนต้องมีการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จนสร้างเป็นกำแพงสูงพิเศษ เพื่อปิดล้อมตนเองจากปฏิกริยาของสังคม

และหากเราเดินไปตามท้องถนน ปัญหาข้าวยากหมากแพง และกระแสเบื่อพันธมิตร มีขนาดที่ใกล้เคียงกันแล้ว เสียงบ่นที่ว่า เมื่อไหร่ ม็อบจะเลิกสักที กำลังกลายเป็นวาทะกรรม กรอกหูผู้คนดังเข้าไปในเวทีผู้ชุมนุม

พวกเขาคงได้ยินชัดเจนอยู่ไม่น้อย แต่พยายามที่จะปฏิเสธกระแส "เบื่อม๊อบ" "เบื่อพันธมิตร" อยู่ตลอดเวลา เป็นที่น่าจับตาว่า หากกระแสเบื่อพันธมิตรขึ้นถึงจุดสูงสุด ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นมันคืออะไร ที่นอกจากการบ่นดัง ๆ ตามร้านกาแฟ การขับรถชนแผงกั้นรั้วพันธมิตร แล้ว

พันธมิตร จะสู้กับกระแสสังคม ที่ไม่ใช่รัฐบาลสมัครได้อย่างไร

http://thaienews.blogspot.com/2008/08/blog-post_10.html
เพิ่มเติมได้

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ป่า...คอนกรีต

โลกร้อนเพราะ? = ...ฯลฯ


แหล่งการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยที่เห็นได้ชัดเจนว่า บริเวณรอบมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยหอพักของนักศึกษา รวมถึงตึก และสถานที่ทำงานต่างๆ พลังงานไฟฟ้าถูกใช้อย่างสิ้นเปลือง การเปิดแอร์ ทีวี ไฟฟ้า ฯ เห็นอย่างนี้ก็ทำให้เราอดหวั่นใจไม่ได้ ปัญหานี้คงไม่มีทางแก้ไขแต่เราสามารถจะป้องกันให้มากที่สุดได้ คงมีหลากหลายวิธีที่เราร่วมมือกันได้ ต้นไม้ 1 ต้น ต่อ 1 คนปลูก จะช่วยโลกได้มากมาย

ง่ายๆกับการตระหนักถึงภาวะโลกร้อนคือหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมกันรับมือ รับผิดชอบกับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพียงการพูดแต่ยิ่งกว่านั้นเราจำเป็นต้องปฎิบัติลงมือทำให้เร็วที่สุดเพื่อชลอโลกของเราและสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
จากแต่ก่อนเคยนอนเปิดแอร์ถึงตอนเช้าแต่ตอนนี้เปิดทิ้งไว่สัก3-4ชั่วโมง ความเย็นในห้องยังคงอยู่ เราก็สามารถนอนได้อย่างประหยัดโลกไม่ร้อน เปิดไฟในห้องที่จำเป็นให้น้อยที่สุด

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ขยะ..JJ

ตลาดจตุจักรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินเลือกซื้อของกันอย่างหนาตาในแต่ละอาทิตย์ ขยะมากมายที่เห็นอยู่นั้นคือการทิ้งของคนแล้วขยะเหล่านี้จะทำอย่างไรกับมัน และ ที่ไหนมีมนุษย์นั่นก็หมายถึงการทำลายสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะกับมนุษย์คงแยกกันไม่ออก เพราะว่าการใช้สิ่งของย่อมมีวันที่ของเหล่านั้นจะเป็นของเสีย คือ ไม่ได้ใช้ ใช้ประโยชน์ไม่ได้ การเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เหตุก็เป็นจากการใช้


"แล้วเราอยากจะถามคุณๆว่าเราจะแก้ไขมันได้อย่างไรในเมื่อทุกคนมีของเสียในมือ"



ในภาพที่เห็นแสดงชัดเจนว่าทุกคนมีขยะในมือจริงๆ

เราก็คงลดการใช้ไม่ได้เพียงแต่ฉุกคิดสักนิดก่อนที่ท่านจะใช้ของอย่างไม่รู้คุณค่า ทั้งที่บางคนจำเป็นต้องมาหากินกับขยะแต่เราหมายถึงการคัดแยกในขั้นตอนแรกเพื่อนำขยะที่นำมาใช้ใหม่ได้ ส่วนขยะที่ไร้ประโยชน์เราก็ไม่สามารถหยุดได้แต่เราเลือกการใช้ ลดการทิ้งได้ ขยะเหล่านั้นมันก็คงจะกลายเป็นมลพิษที่สะสมในชั้นบรรยากาศแล้วก็ทำให้โลกเราแย่ลงทุกวันๆ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขยะสามารถหาข้อมูลได้ที่นี่http://www.school.net.th/library/snet6/envi3/garbet/garbetn.htm

ขยะในปริมาณมากมายที่รอการเผาผลาญให้หมดไป แล้วขยะพวกนี้จะกลายเป็นอะไร...?

เราเห็นแล้วควรตระหนักหรือไม่..!

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

พักเรื่องเครียด...หยุดร้อน

ทุกวันนี้โลกของเราก็ร้อนขึ้นทุกวัน เหตุก็เป็นการทำลาย กายใช้ทรัพยากร ให้หมดไปของสิ่งแวดล้อมที่มีความสมดุลกลับกลายเป็นวิกฤตที่คนทั้งโลกต้องร่วมมือกันรับผิดชอบต่อโลก ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคือมนุษย์ทุกคนต้องพึงสึกนึกถึงการทำให้เกิดการลดโลกร้อนที่สังคมจะร่วมแรงร่วมใจเพื่อโลก
แต่ปัจจุบันคนเรามักจะร้อนตามโลกไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดการหงุดหงิดง่าย คือ หัวใจหลักที่ทำให้คนเราโลกตามโลก...? ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วเราจะหาวิธีใดเพื่อดับความร้อนในใจตนเองก่อนที่จะร่วมมือป้องกันโลกร้อนที่จะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไปในวันข้างหน้า การหาอะไรสักอย่างที่ดีๆทำคงไม่ใช่เรื่องยาก ความสบายใจคือการปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดให้ออกจากภายในเบื้องลึกของจิตใจ เราอยากจะแนะนำวิธีง่ายเพื่อลดตวามเครียด สัตว์เป็นเพื่อนที่ดีมากในยามเหงา ระบายความทุกข์ โศกเศร้าได้ โดยไม่มีความเห็นใดๆ และที่สำคัญ มันอยู่กับเราตลอด
สัตว์เลี้ยงเพลิดเพลิน...
เชื่อว่าใครหลายๆคนคงต้องมีสัตว์เลี้ยงสักตัวที่เคยเลี้ยงเมื่อเยาว์วัย สัตว์เลี้ยงสวยงามมีมากมายสุดแล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน หลายชีวิตยามค่ำคืนในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่คึกคักไม่ยอมนอน ต่างแหวกว่ายในน้ำที่ใสสะอาด
สมาชิกทุกตัวเป็นเพื่อนกัน॥ทั้งหมดอาศัยซึ่งกันและกัน







กุ้งที่เลี้ยงจะเป็นพันธ์ที่คล้ายๆกับกุ้งล็อบสเตอร์ที่นำมาป็นอาหาร แต่ไม่ใช่ชนิดนี้(เลี้ยงสวยงาม)ปลาเทวดาสีขาวนวล ปลาเทวดาบลู








หน่วยทำความสะอาดที่คอยบริการน้ำในตู้ให้เน่าเสียช้าลงปลาเทศบาล ปลาน้ำผึ้ง และ ปลาแพะเผือก

ทั้งหมดได้ทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน(ก็เห็นจะมีแต่ปลาเทศบาลจอมขี้เกียจวันๆเอาแต่ดูดๆเกาะๆที่เดิม)....และมันก็เป็นผู้อาวุโสที่สุดเลย

จากภาพที่เห็นจะเห็นได้ว่ามีซากกุ้งสีขาวอยู่ ต้องขออธิบายว่ากุ้งเหล่านี้มันจะมีการลอกคราบเหมือนงูเพื่อทำให้ตัวมันมีสีสันสดใหม่ตลอดเวลา ทำให้สัตว์อื่นคิดว่ามันดุร้ายเหมือนสีที่สดของมัน
และพวกมันก็จัดการกับซากกุ้ง เศษอาหาร ได้อย่างดี


การลอกคราบแต่ละครั้งนั้นจะเป็นผลดีต่อตัวกุ้งแล้วมันยังเพิ่มขนาดตัวของมันให้ใหญ่ขึ้นอีกด้วย


สิ่งหนึ่งที่เราสามารถหยุดโลกร้อนได้ คือเราต้องเย็นจากข้างในก่อน การหาอะไรดีๆทำก็น่าจะเป็นประโยชน์เอาเวลาว่างๆมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าไปทำสิ่งที่ไร้สาระไปวันๆ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ประโยชน์...สีเขียว


ในความเปลี่ยนแปลงของสภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นหลายฝ่ายได้ร่วมกันรณรงค์หามาตรการป้องกันแก้ไข เราจึงขอนำประโยชน์จากการปลูกต้นไม้มาแนะนำ เพราะไม่เพียงช่วยลดอุณหภูมิร้อนสร้างอากาศสะอาดสดชื่น ต้นไม้ยังมีความหมายต่อการประหยัดพลังงาน การฟื้นคืนธรรมชาติสร้างความสมดุล อีกทั้งสีสันสวยของดอกไม้ ใบไม้ยังช่วยให้ผ่อนคลายสร้างความสบายใจ

(สังคมมนุษย์การธรรมชาติยังคงต้องอยู่หรือดำเนินต่อไป)

ต้นไม้ทุกต้นมีความหมายและจากการตระหนักถึงภาวะโลกร้อน การส่งเสริมปลูกต้นไม้เป็นอีกทางในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดมลพิษทางอากาศ เพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างสิ่งแวดล้อมในเมือง อีกทั้งลดอุณหภูมิ และจากการศึกษาไม้ยืนต้นที่มีลำต้นสูงใหญ่สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสง นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศเข้าสู่คลอโรฟิลล์ที่มีสีเขียวและใช้แสงเป็นแหล่งพลังงานในการเกิดปฏิกิริยาสร้างน้ำตาลและก๊าซออกซิเจนซึ่งต้นไม้ที่นิยมปลูกกลางแจ้ง สามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 30-60 กรัมต่อตารางเมตรพื้นที่ดินต่อวัน

กระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชจึงมีความสำคัญต่อการช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มปริมาณก๊าซออกซิเจนในอากาศซึ่งพืชแต่ละชนิดจะมีความสามารถต่างกัน โดยเฉพาะพืชที่มีขนาดใหญ่ พืชที่อยู่กลางแจ้งจะมีความสามารถในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกจากแก้ปัญหาความร้อน สร้างสมดุลการใช้พื้นที่ ต้นไม้ยังกรองมลพิษผลิตออกซิเจนให้กับเมือง อีกทั้งยังสร้างความร่มรื่นผ่อนคลาย

“ทุกพื้นที่เราสามารถเลือกปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ว่างรอบบ้านพักอาศัย ที่ทำงาน ลานจอดรถ สนามกีฬา สนามเด็กเล่น สถานที่ราชการ สวนสาธารณะบนอาคารสูง ถนนหนทางซึ่งถนนหลายสายของกรุงเทพมหานครเป็นถนนต้นไม้ที่ให้ทั้งความร่มรื่น ลดมลพิษทางอากาศ ในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยกันปลูก ดูแลต้นไม้เป็นอีกทางหนึ่งที่ทุกบ้านเรือนช่วยได้”

เปลี่ยน...พฤติกรรม

ลดโลกร้อน...ต้องเริ่มที่ตัวเอง
ในฐานะที่เราเป็นประชากรบนโลกใบนี้ กับปัญหาใหญ่ที่คนทั้งโลกต้องร่วมมือกันรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
วิธีง่ายๆที่ไม่ยากกับการเริ่มแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยและการใช้สิ่งของที่ไม่จำเป็น
การ Reuse ของที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับการลดโลกร้อน
(การใช้ถุงผ้าเป็นทางเลือกที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่มากก็น้อย)

เริ่มร้อน..เริ่มลด
ก่อนอื่น..ความตั้งใจต้องมาก่อนจะต้องคิดเสมอว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่การกับกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราและโลก

1.อาบน้ำด้วยฝักบัว ประหยัดกว่าตักอาบหรือใช้อ่างอาบน้ำถึงครึ่งหนึ่งในเวลาเพียง 10 นาที ปิดน้ำขณะแปรงฟัน

2.ใช้หลอดไฟตะเกียบ ประหยัดกว่าหลอดธรรมดา 4 เท่า ใช้งานนานกว่า 8 เท่า แต่ละหลอดช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 4,500 กิโลกรัม หลอดไฟธรรมดาเปลียนพลังงานน้อยกว่า 10% ไปเป็นแสงไฟ ส่วนที่เหลือถูกเปลี่ยนไปเป็นความร้อน เท่ากับสูญพลังงานเปล่าๆ มากกว่า 90%

3.ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะยังคงกินพลังงานมากแม้จะปิดแล้ว ดังนั้นควรถอดปลั๊กโทรทัศน์ สเตอริโอ คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ ฯลฯ เมื่อไม่ใช้ หรือเสียบปลั๊กเข้ากับแผงเสียบปลั๊กที่คอยปิดสวิชท์ไว้เสมอเมื่อไม่ใช้ และควรถอดปลั๊กที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือเมื่อไฟเต็มแล้ว

4.เปิดแอร์ที่ 25 องศา อุณหภูมิต่ำกว่านี้ใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 5 - 10 %
พกถุงผ้าไปช็อปปิ้ง แทนการใช้ถุงพลาสติก แต่ละปีทั่วโลกทิ้งถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแสนล้านใบ อย่าลืมว่า การลดขยะเท่ากับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

5.เดินแทนขับ พาหนะใช้น้ำมันถึงครึ่งหนึ่งของโลก และปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ 1 ใน 4 ส่วน การทิ้งรถไว้ที่บ้านแม้เพียงสัปดาห์ละ 1วันสามารถประหยัดน้ำมันและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากมายภายใน 1 ปี ลองเดิน ขี่จักรยาน นั่งรถกับคนอื่น หรือ นั่งรถเมล์หรือรถไฟฟ้าแทน หรือลองดูว่าคุณสามารถทำงานที่บ้านโดยต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับเครื่อข่ายของบริษัทสัปดาห์ละครั้งได้หรือไม่

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่น่าจะเป็นไปได้เพื่อโลกของเราคือการปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น ต่อสัปดาห์